ไม่ได้อัพนาน มาคราวนี้จะมาเขียนอะไรที่ไม่ได้ทำให้คนอื่นอ่าน แต่ทำให้ตัวเองอ่าน เนื่องด้วยว่าอยากจะจดแลคเชอร์แบบย่อๆสรุปๆเอาไว้เตือนความจำ แต่ด้วยกลัวว่า จดใส่สมุดแล้วมันจะ...หาไม่เจอ ก็เลยเอามาลงบล๊อกแบบเขียนเอง อ่านเอง เข้าใจเองแล้วกันนะ
 
1.เริ่มแรกก็อ่านบทละคร แล้วก็มานั่งทบทวนกับตัวเองว่า "รู้สึกยังไง" กับบทละครนี้ เอาความรู้สึกที่ดูจับต้องได้เพราะต้องปรับมาเป็นรูปธรรม แล้วก็ต้องตีบทละครว่าเค้าต้องการจะสื่ออะไร เพื่อใช้ทั้งสองสิ่งมาเป็ฯแนวทางในการทำงานต่อ
 
2.เลือกทีละฉาก มาดูว่า "รู้สึกอย่างไร" สรุปเป็นคำออกมาให้ได้ เช่น ว้าเหว่ แปลกแยก แล้วจากนั้นไปหาภาพที่เรารู้สึกว่าตรงกับความรู้สึกในฉากนั้นมา 30 ภาพ
 
3.จากนั้นให้หาแบบของฉาก ตู้ เตียง โต๊ะ อะไรเทือกนั้น รวมทั้ง mood&tone ที่เข้ากันกับอารมณ์ของภาพที่หามา โดยยึดภาพพวกนั้นไว้ อาจนำมาใช้ในการประกอบฉากเลยก็ได้ถ้ามันเกี่ยวข้องกันกับเนื้อเรื่อง
 
4.ออกแบบฉากโดยคำนึงถึงการแสดง ใครจะเข้าออกตรงไหนของฉากมีตัวแสดงกี่คน ยิงโปรเจคเตอร์จากตรงไหน แสงเป็นไง โดยทั้งหมดต้องสัมพันธ์กับ mood&tone ซึ่งเจ้า mood&tone นี้ มันก็ต้องสัมพันธ์กับอารมณ์ของเรื่องที่จะสื่อ หรือความหมายบางอย่างที่เรื่องจะสื่อด้วย ว่าด้วยเรื่องอารมณ์เช่นว่าเราอยากให้คนดูรู้สึกอึดอัดก็ต้องออกแบบให้ฉากทำให้รู้สึกแบบนั้นทำให้ตัวละครดูเป็นแบบนั้น
 
5.สรุปสุดท้ายง่ายๆ การออกแบบฉากไม่ใช่แค่ใช้งานแค่ให้นักแสดงมีที่เล่นหรือแค่ให้คนดูรู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่ต้องสื่อสารจากบทละครให้ได้ด้วย เพราะศาสตร์การออกแบบฉากมันเป็นศิลปะอย่างหนึ่ง ดังนั้นมึนจึงควรมีคุณสมบัติอย่างที่ ศิลปะ ควรมี คือการสื่อสารอามรณ์และความหมาย
 

 
----------------จบ----------------
 
 

edit @ 8 Mar 2012 21:44:34 by DinDin

edit @ 8 Mar 2012 21:46:33 by DinDin

Comment

Comment:

Tweet

cry big smile angry smile embarrassed double wink cry

#2 By (27.55.229.58|27.55.229.58) on 2014-01-16 18:39

sad smile open-mounthed smile

#1 By (27.55.229.58|27.55.229.58) on 2014-01-16 18:39

Tags